เปิดเผยว่า ภายหลังจากทางสายการบินได้หารือกับทางสิบสองปันนา ประเทศจีนเพื่อเปิด
เส้นทางบิน จากเชียงราย เชียงราย ถึงสิบสองปันนา ขณะนี้การดำเนินการ เพื่อเตรียม
ความพร้อม ได้เสร็จเรียบร้อยไปแล้วกว่า 80% ทั้งในเรื่องของเอกสาร และขั้นตอน
การผ่านเข้า-ออกต่างๆของตัวเครื่องบิน
ล่าสุด ได้ดำเนินการยื่นจดทะเบียนเครื่องบินจากกรมการบินพลเรือน เพื่อให้เครื่องบิน
ลำใหม่นี้ เปลี่ยนเป็นสัญชาติไทย และในตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาเรื่อง
สัญญาต่างๆกับทางสิบสองปันนา ซึ่งคาดว่าปลายเดือนมกราคมนี้จะเสร็จสิ้น
ส่วนการดำเนินงานในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนานั้น ได้ส่งทีมงานเข้าไปจัดการ
และดูแลความเรียบร้อย เพื่อเช็คในส่วนของระบบรองรับต่างๆ คาดว่าพร้อมเปิดให้
บริการในเดือนเมษายน 2553
สำหรับเครื่องบิน SABB 340 ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว และจะบินไปจอดไว้ที่
สนามบินเชียงใหม่ เพื่อบินเส้นทางแรก เชียงใหม่-อุดรธานีเป็นเที่ยวแรก ใน
วันที่ 17 มกราคม 2553 และเมื่อการเตรียมความพร้อมทุกอย่างในส่วนของการบิน
ระหว่างเส้นทาง เชียงใหม่ -เชียงราย -สิบสองปันนา แล้วเสร็จ จะเปิดบินอย่าง
เป็นทางการใน วันที่ 1 เมษายน 2553 นายวันชัย กล่าว
ด้านนายยุทธนา จิตรอบอารีย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานานาชาติเชียงราย
กล่าวว่า สำหรับสายการบินนกมินิกำลังจะเปิดเส้นทางการบินระหว่าง
เชียงใหม่ -เชียงราย -สิบสองปันนา โดยจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้โดยสารที่เข้ามา
ใช้บริการสนามบินนานาชาติเชียงรายแล้ว และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
ตลอดจนกระตุ้นการค้าในบริเวณรอบๆ ให้ดีขึ้นด้วย
ดังนั้น สนามบินนานาชาติเชียงราย จึงพร้อมให้ความร่วมมือทั้งในการต้อนรับผู้โดยสาร
และให้ความอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับทางผู้โดยสาร
สนามบินนานาชาติเชียงรายมีความพร้อมในด้านการให้บริการและการตรวจสอบ
ด้านต่างๆ โดยเฉพาะความปลอดภัยภายในสนามบินที่มีความพร้อมมากกว่า 100%
ดังนั้น จึงอยากให้ทางสายการบินนกมินิมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในการให้บริการ
ของสนามบินนานาชาติเชียงราย
โดยทางสนามบินนานาชาติเชียงรายมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะมีสายการบินที่
บินตรงจากต่างประเทศเข้ามาในจังหวัดเชียงราย และขยายเส้นทางการบินระหว่างประเทศ
ไปสู่ประเทศอื่นๆและทวีปอื่นๆต่อไป